remove_red_eye737 Views

ออมเงินรักษา vs ซื้อประกันสุขภาพ เลือกอะไรดี ?

โพสต์วันที่ 02/06/2023

“การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ !” พี่เรนนี่เชื่อว่าสุขภาพจัดว่าเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้น ๆ ในความคิดของน้อง ๆ หลายคนอย่างแน่นอน ดังนั้นการวางแผนรักษาสุขภาพทุกวันจึงสำคัญ บางคนก็ออมเงินไว้เพื่อไว้เป็นค่ารักษาพยาบาลในอนาคต บางคนก็ทำประกันเพื่อลดความเสี่ยงด้านค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล วันนี้พี่เรนนี่เลยอยากบอกต่อการวางแผนด้านสุขภาพ ออมเงินรักษา vs ซื้อประกันสุขภาพ อย่างไหนดีกว่ากัน ไปดูกันเลย



ปฎิเสธไม่ได้เลยว่าการซื้อประกันสุขภาพนั้น เป็นเครื่องมือสำคัญของการลงทุนด้านสุขภาพ เพื่อลดความเสี่ยงของการขาดทุนจากค่ารักษาพยาบาลหากเราต้องเข้าโรงพยาบาล รักษาตัวที่โรงพยาบาล เมื่อเราป่วย หรือ เกิดอุบัติเหตุ แม้ว่าเริ่มแรกทั้งการออมและการซื้อประกัน จะจ่ายในต้นทุนที่เท่ากันนั้นคือ ปีละ 30,000 บาท เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามความเจ็บป่วยและอุติเหตุเป็นเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ หากเกิดขึ้นหลังระยะเวลา 10 ปีที่ทำประกัน ก็เห็นได้ว่า การซื้อประกันครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลขั้นต่ำมากกว่าการออมเงินเอง…..

 
ข้อดี ออมเงิน vs ประกันสุขภาพ เพื่อใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล

 

3 ข้อดีของการออมเงิน
  1.  จัดการเงินเองได้ ควบคุมจำนวนเงิน รวมถึงจัดการเงินของตัวเองให้ยืดหยุ่นได้ จะใช้ จะเก็บตอนไหนก็ได้ ตามระเบียบจัดการของตัวเอง

  2. ปรับเปลี่ยนเองได้ เก็บเงินตามจำนวนที่เราต้องการปรับเปลี่ยนเองได้ตลอดเวลา
  3. จับต้องได้ แน่นอนว่าเงินที่เราเก็บไว้เองก็รู้สึกปลอดภัย มีเงินติดตัวอยู่ในบัญชีออนไลน์ก็ง่าย ๆ
2 ข้อเสียของการออมเงิน
  1. เงินเฟ้อ อย่างที่รู้กันว่าเงินเฟ้อเกิดขึ้นทุกวินาที ผ่านไปไม่นานราคาสินค้าย่อมเพิ่มขึ้น และเงินมีค่าน้อยลงตามกาลเวลา
  2. เงินไม่พอใช้ ไม่พอใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลที่มีค่ารักษาบางอย่างแพง
3 ข้อดีของประกันสุขภาพ
  1. แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย แม้ว่าการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพส่วนใหญ่แล้ว จะเป็นการจ่ายทิ้งในแต่ละปี แต่เมื่อใดที่เราจำเป็นต้องใช้ประกันสุขภาพเคลมค่ารักษาใช้จ่ายพยาบาลที่มีราคาแพงมาก เราก็สามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล
  2. ดูแลค่ารักษาพยาบาล ยามเจ็บป่วย ก็ยังมีประกันสุขภาพครอบคลุมทั้ง IPD/ OPD ค่าทำฟัน และอีกมากมาย ซึ่งช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลตามกรมธรรม์ที่กำหนด
  3. เงินชดเชย บางกรมธรรม์ที่เราทำสัญญาแล้วก็มีให้เงินชดเชยเช่นกันเมื่อเราเจ็บป่วย เช่น เงินชดเชยรายได้เป็นรายวัน เป็นต้น
3 ข้อเสียของประกันสุขภาพ
  1. จ่ายเงินทิ้ง อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า การทำประกันสุขภาพส่วนใหญ่เป็นแบบจ่ายทิ้ง ก็คือจะเสียค่าเบี้ยรายปีเลย โดยที่ไม่ได้คืนเงิน
  2. ค่าเบี้ยประกันราคาสูง บอกเลยว่าค่าเบี้ยประกันสุขภาพหลาย ๆ กรมธรรม์มีราคาที่แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสิทธิความคุ้มครองดูแล ว่ามีมากน้อยขนาดไหน ค่าเบี้ยประกันรายปีมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น
  3. การตรวจสุขภาพ ก่อนทำประกันจำเป็นต้องตรวจสุขภาพก่อน เพื่อให้ประกันทราบว่าเราสามารถทำกรมธรรม์แบบไหนได้บ้าง เนื่องจากการทำประกันนั้นมีเงื่อนไขเกี่ยวกับสุขภาพหลายอย่าง เช่น ประกันจะไม่คุ้มครองโรคที่เราเป็นมาก่อนอยู่แล้ว อย่างโรคประจำตัว โรคเรื้อรังต่าง ๆ เป็นต้น

ดังนั้นการทำประกันสุขภาพ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญหากเกิดอาการเจ็บไข้ได้ป่วย โรคที่เรายังไม่รู้ตัว หรือ เกิดอุบัติเหตุ ก็ยังมีประกันสุขภาพทำไว้แล้วอุ่นใจ เป็นตัวช่วยยามฉุกเฉิน พี่เรนนี่ขอแนะนำประกันสุขภาพ

D Health Plus (ไม่มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ)

ประกันเหมาจ่ายตัวนี้พี่เรนนี่ว่าตอบโจทย์ใครหลายๆ คนที่อยากได้ประกันแบบเหมาๆ แต่ไม่อยากจ่ายแพง จะคุ้มครองยังไง ไปดูกัน

  1. เป็นแบบเหมาจ่าย จ่ายทุกค่าใช้จ่าย IPD แต่ไม่มี OPD นะจ๊ะ
  2. ค่าห้องที่เริ่ดสุดๆ ไม่ต้องมา fix ว่าค่าห้อง 3,000 หรือ 5,000 นะ จ่ายค่าห้องแบบห้องเดี่ยวมาตรฐานของโรงพยาบาลนั้นๆ ให้เต็มจำนวนไปเลยจ้า จะรักษาที่ไหนก็ไม่ต้องกังวลว่าค่าห้องจะพอมั้ย
  3. ราคาดีงามแม้ไม่มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ คุ้มครองได้ 1 ล้าน วัยสามสิบเบี้ยไม่ถึง 30,000 บาท เฉลยกันไปเลยว่าชื่อประกัน D Health Plus จากเมืองไทยประกันชีวิต ที่ให้ความคุ้มครองแบบเหมาจ่ายสูงสุดถึง 1 ล้านบาทต่อครั้งเลยทีเดียว ไม่ใช่ต่อปีนะจ๊ะ

เงื่อนไขการรับประกัน

  • รับประกันตั้งแต่อายุ 11-90 ปี ต่ออายุได้ถึง 98 ปี
  • ต้องตรวจสุขภาพตามเงื่อนไขที่กำหนด
  • จะไม่คุ้มครองโรคประจำตัว โรคเรื้อรัง หรือโรคร้ายแรงที่เป็นมาก่อนสมัครทำประกันภัย

จุดเด่น

  • ให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD) แบบเหมาจ่ายตามจริง สูงสุดถึง 1 ล้านบาท ต่อครั้งการรักษา ไม่จำกัดครั้งต่อปี
  • คุ้มครองค่าห้องแบบเหมาจ่าย สูงสุด 180 วัน, ICU สูงสุด 60 วัน, ค่ายากลับบ้านไม่เกิน 7 วัน และไม่เกิน 20,000 บาท
  • วัยไหนก็สมัครได้ สมัครได้ตั้งแต่ 11-90 ปี และต่ออายุรายปีได้ถึงอายุ 98 ปี คุ้มครองถึงอายุ 99 ปี
  • มีระยะเวลารอคอยเริ่มต้น 30 วัน และ 120 วันสำหรับโรคที่กำหนด

โปรดีๆ พี่เรนนี่ขอบอกต่อ!

สำหรับใครที่สนใจแบบประกัน D Health เบาใจ หรือ แบบประกัน D Health เบาตังค์ Plus 
รับสิทธิพิเศษ 2 ต่อ*
ต่อที่ 1 ค่าเบี้ยทุก 1,000 บาท รับ Voucher 200 บาท สูงสุด 5,000 บาท 
ต่อที่ 2 รับ On-top voucher มูลค่า 1,000 บาท (เฉพาะลูกค้าเอไอเอส เท่านั้น)

กดรับโปรโมชั่น ที่ v-avenue.co คลิก

เกี่ยวกับผู้เขียน
พี่เรนนี่
สาวโสดสุดเฉี่ยววัย 38 ปี ผู้เป็นตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง Work hard play harder จบปริญญาโทสาขาคณิตศาสตร์ประกันภัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของต่างประเทศ และทำงานสายประกันมานานจนใครๆก็ต่างยกให้พี่เรนนี่ เป็นกูเกิ้ลสำหรับประกันไปเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

#ประกันสุขภาพ
#ซื้อประกันสุขภาพ
#เก็บเงินค่ารักษา
#health insurance
แนะนำสำหรับคุณ
รวมศัพท์ประกันสุขภาพพื้นฐาน ไม่รู้ไม่ได้ !
718 view
Editor
verified_user
ทำอย่างไรเมื่อไม่มีเงินจ่ายเบี้ยประกัน
4.5K view
Editor
verified_user
ประกันสุขภาพ OPD 2023 แผนไหนสุดคุ้ม ? (งบสบายกระเป๋า)
4.4K view
Editor
verified_user

ประกันที่ใกล้เคียง

Loading...
Loading...
Loading...
รอสักครู่