remove_red_eye3.4K Views

เลือกประกันสุขภาพฉบับมือใหม่

โพสต์วันที่ 19/04/2020

น้อง ๆ เคยเป็นกันมั้ยคะ? ก็รู้ทั้งรู้นะว่ามีประกันสุขภาพติดตัวไว้ยังไงก็ดีกว่า แต่พอเสิร์ชดูแผนประกันหลาย ๆ เจ้าทีไร คือไปต่อไม่ถูกแล้วจ้า มีแผนประกันให้เลือกเยอะมากจนไม่รู้ว่าอันไหนจะดีที่สุด สุดท้ายก็ดองมันไว้อย่างนั้น ไม่ได้ซื้อประกันสักที

พี่เรนนี่เข้าใจความรู้สึกของน้องเลยค่ะ ว่าประกันตัวแรก ๆ ที่ทำเนี่ยยังไงก็เลือกยากเสมอ แต่ก็ไม่เป็นไรนะคะ เดี๋ยววันนี้พี่เรนนี่ได้เอา guideline การเลือกซื้อประกันสุขภาพสำหรับมือใหม่หัดซื้อประกัน ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอนมาคุยให้ฟัง ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้จะทำให้น้องสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพได้ล่วงหน้า แม้ยังไม่รู้ว่าการเจ็บป่วยเหล่านั้นจะมาเยือนเราเมื่อไหร่ แต่เตรียมพร้อมไว้ก่อนยังไงก็ดีเสมอ มาค่ะ! ถ้าพร้อมแล้วตามพี่เรนนี่ไปดูวิธีเลือกซื้อประกันทีละสเต็ปกันเลย

ประเมินค่าใช้จ่าย ขั้นตอนที่ 1: รักษาแบบไหน

เริ่มแรก ให้น้องลองดูก่อนเลยว่าถ้าสมมุติเจ็บป่วยขึ้นมาจริง ๆ เรามีความพึงพอใจในการรักษาพยาบาลยังไง เรื่องนี้เป็นตัวเลือกส่วนบุคคลมาก ๆ บางคนอาจสะดวกใจรักษาโรงพยาบาลรัฐหรือโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป แต่บางคนอย่างพี่เรนนี่เนี่ย ต้องโรงพยาบาลเอกชนตัวท็อปเท่านั้น ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันไป ก็ให้น้องเอาค่าใช้จ่ายจากรูปแบบการรักษาที่พอใจมาคำนวณ

โดยค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ว่าแพงเนี่ย อาจมาจากค่าใช้จ่ายไม่กี่อย่าง อย่างเช่น ค่ายา ค่าอุปกรณ์ ค่าแล็ป และค่าห้อง เพื่อให้เห็นภาพ พี่เรนนี่รวบรวมตัวอย่างเรทค่าห้องแบบเตียงเดี่ยว, VIP และเตียงรวมของโรงพยาบาลให้ดูคร่าวๆ ในอัพเดทค่าห้องโรงพยาบาล 2563 ตามเงินในเป๋า




ก็จะเห็นได้ว่าค่าห้องจะแพงขึ้นตามรูปแบบการรักษาในแต่ละระดับโรงพยาบาล แล้วถ้ายิ่งบวกค่าห้องแบบ VIP ราคาก็คูณ 3 หรือคูณ 4 เท่าไปเลยจ้ะ ส่วนใหญ่อยู่ที่ 8,000 - 20,000 บาท แล้วพอน้องเลือกได้ว่าอยาก เข้ารักษาในโรงพยาบาลระดับไหน ก็ให้เอาค่าห้องตรงนี้มาเป็นปัจจัยที่ต้องดูเวลาซื้อประกันให้ครอบคลุม จะได้ไม่ต้องมาจ่ายส่วนต่างทีหลังตอนเคลมประกันค่ะ

อย่างพี่เรนนี่ ที่ให้ป่วยยังไงก็ต้องเข้าโรงพยาบาลระดับท็อปเท่านั้น เพราะป่วยทั้งทีก็อยากให้เขาดูแลเราดี ๆ อยู่สบาย ๆ ดีกว่า พี่ก็เลยตั้งธงไว้เลยว่า ค่าห้องของพี่อย่างน้อยๆก็ต้อง 7,500 อัพ แบบนี้เวลาทำประกันก็อาจจะเผื่อเรื่องเงินเฟ้อจนทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ก็จะหาอันที่ให้ค่าห้อง 9,000 - 15,000 บาทไปก่อนเลย

ประเมินค่าใช้จ่าย ขั้นตอนที่ 2: รักษาอะไร


ในส่วนนี้ พี่เรนนี่อยากให้น้องลองประเมินความเสี่ยงในชีวิตตัวเองดู ว่าเรามีโอกาสจะเป็นโรคอะไรได้บ้าง ซึ่งการประเมินความเสี่ยงตรงนี้ก็ทำได้ทั้งจากการดูสภาพแวดล้อมในการทำงาน, lifestyle, ประวัติอาการเจ็บป่วยของคนในครอบครัว, หรือเทรนด์การเกิดโรคต่าง ๆ ในปัจจุบัน ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีความเสี่ยงรวมไปถึงความกังวลเกี่ยวกับสุขภาพแตกต่างกันไป

พอน้องลองลิสต์อาการเจ็บป่วยที่คาดว่าน่าจะเกิดในอนาคตได้แล้ว ก็ลอง search หาดูว่าโรคนั้น ๆ น่าจะมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ รักษานานไหม ร้ายแรงแค่ไหน ถ้าให้แบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ก็แบ่งได้แบบนี้ค่ะ

 

  • ช่วงเวลาที่อาจเกิดโรค: โดยให้ดูว่าโรคที่น่าจะเกิดในอนาคตจะเกิดขึ้นเร็วแค่ไหน ซึ่งแบ่งช่วงเวลาได้เป็น 2 ช่วง ก็คือ
    • ช่วงระยะกลาง: หมายถึงโรคที่อาจเกิดขึ้นในระหว่างปัจจุบันนับไปอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าให้เห็นภาพง่าย ๆ อย่างน้อง ๆ ส่วนใหญ่ก็เริ่มทำงานกันแล้วตอนนี้ โรคที่มีโอกาสเกิดก็อย่างเช่นโรคที่มีผลมาจากออฟฟิศซินโดรม หรือโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงวัย 20 - 40 ปี
    • ช่วงระยะยาว: หมายถึงโรคที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตทั้งชีวิต ที่เราไม่สามารถรู้เลยว่าโรคเหล่านี้ จะมาเยือนเมื่อไหร่
         ซึ่งในทางเทคนิคเนี่ย การที่เราจะเลือกประเมินโรคว่าเป็นระยะกลางหรือระยะยาวก็จะมีผลต่อความคุ้มครองในบั้นปลายชีวิตอีกด้วย ซึ่งเดี๋ยวในรอบหน้าพี่เรนนี่จะมาเล่าให้ฟังแบบละเอียดอีกทีนึงนะจ๊ะ

  • โรคต่าง ๆ และค่ารักษาต่อครั้ง: อย่างลิสต์ข้างล่างนี้ เป็นตัวอย่างค่ารักษาคร่าว ๆ ถ้าน้องไปนอนโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป จะแบ่งตามความรุนแรงของโรค ก็คือ
     
    • โรคเบา ๆ เช่น
      • ท้องเสียรุนแรง: นอนโรงพยาบาล 1-2 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 15,000 - 30,000 บาท
      • ไข้หวัดใหญ่: นอนโรงพยาบาล 5 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 65,000 บาท

    • โรคที่ต้องผ่าตัด เช่น
      • ไส้ติ่งอักเสบ: นอนโรงพยาบาล 3-4 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 99,000 - 280,000 บาท
      • ไส้เลื่อน: นอนโรงพยาบาล 1-2 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 59,000 - 215,000 บาท
      • เนื้องอกในรังไข่: นอนโรงพยาบาล 1-2 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 56,000 - 180,000 บาท
      • นิ่วในไต: นอนโรงพยาบาล 1-3 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 73,000 - 135,000 บาท

    • โรคเรื้อรัง/ร้ายแรง เช่น
      • ผ่าตัด balloon หัวใจ: นอนโรงพยาบาล 1-2 คืน ค่ารักษาต่อครั้งประมาณ 150,000 - 350,000 บาท
      • มะเร็ง : คีโม 5,000/ครั้ง, ฉายแสง 2,400/ครั้ง, ให้ยาต้านมะเร็ง 95,000/เข็ม, รวมทั้งสิ้น ค่ารักษาเกือบ ๆ 2 ล้าน

           พอรู้ค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ แบบนี้แล้ว ก็ให้น้องลองคำนวณดูว่าสำหรับโรคที่คิดว่าจะเป็นเนี่ย จะมีค่าใช้จ่ายต่อปีอย่างน้อยหรืออย่างมากจะเป็นเท่าไหร่ อย่างพี่เรนนี่ก็วางแผนทีเดียวไปเลยสำหรับทั้งชีวิต ด้วยวัย 30 ตอนกลางอย่างพี่ จากนี้ไปก็อาจจะเจอโรคเบา ๆ 30%, โรคที่ต้องผ่าตัด 15% อย่างพวกโรคซีสต์ในรังไข่อะไรแบบนี้ หรือเป็นโรคที่เกี่ยวกับเรื่องผู้หญิง ๆ พอตอนบั้นปลายก็อาจจะต้องมาจ่ายค่ารักษาโรคเรื้อรังอีกซัก 55%


แล้วถ้าสมมุติคิดเป็นแบบ Worst Case ไปเลยว่าสักวันจะเจอเคสที่ร้ายแรงที่สุดอย่างมะเร็ง ค่าใช้จ่ายก็อยู่ที่ประมาณ 2 ล้านบาท แล้วในอนาคตอาจจะมีเงินเฟ้อ ทำให้ค่าใช้จ่ายแพงขึ้นไปอีก งั้นพี่เรนนี่ก็กะว่าจะทำประกันที่มีทุนประกันซัก 2 - 5 ล้านบาทกำลังดี

แต่สำหรับใครที่ยังมองว่าตอนนี้ทำประกันแบบระยะสั้น ๆ แบบแค่ 10-20 ปีไปก่อน ยังไม่คิดว่าจะเป็นโรคร้ายแรงเร็ว ๆ นี้ อาจจะซื้อความคุ้มครองแค่ 5 - 6 แสนก็ได้เหมือนกันนะคะ

3. Match ค่าเบี้ย

พอเราสามารถประเมินค่าใช้จ่ายทุกอย่างออกมาได้เสร็จสรรพ ทั้งเรทค่าห้องและค่ารักษา และรู้ชัดเจนแล้วว่าเราอยากได้ทุนประกันคุ้มครองสักประมาณเท่าไหร่ ก็ให้นำเอาข้อมูลตรงนี้ไปเทียบกับแผนประกันที่ต่าง ๆ ที่เขาเสนอขาย แล้วให้เลือกเจ้าที่ตรงกับแผนของเรามากที่สุด แบบตอบโจทย์ที่เราตั้งไว้และที่เราจ่ายไหว

อย่างเคสพี่เรนนี่เองก็ให้ตัวแทนหลาย ๆ เจ้าเสนอราคาตามทุนประกันกับค่าห้องมาเลย ก็มีอยู่ 3 เจ้าที่ พิจารณานั่นก็คือ ตัว Package A, Package B แล้วก็ Package C ซึ่งก็มีทั้งแบบทุนประกัน 2 - 5 ล้านตามที่คิด


เราจะเห็นว่าราคาค่าเบี้ยกับจำนวนความคุ้มครองของแต่ละเจ้าก็ล้อกันมาเลย แบบนี้ก็พอเทียบเบี้ยแล้วตอบตัวเองได้ละ

แต่พี่เรนนี่ขอดูละเอียดกว่านั้นหน่อยก็จะเอาตารางความคุ้มครองของทุกเจ้ามากางเทียบเลย ซึ่งพอลองเทียบดูแล้ว พี่เรนนี่ว่าจะเลือกตัว Package B แบบความคุ้มครอง 5 ล้านบาทนะ เพราะตอบโจทย์ตรงที่ค่าห้องไอซียูเขาจ่ายตามจริงกันไปเลยจ้า ไม่มีลิมิต แล้วอยู่ได้นานกว่า บวกมีค่าพยาบาลพิเศษเยอะกว่าด้วย ยังไงก็ต้องมีค่านี้ เพราะตัวพี่เองก็ยังหาสามีไม่ได้ กลัวจะไม่มีคนดูแลอะนะ ส่วนค่าหมอเยี่ยมไข้ ปกติก็น่าจะไม่เกิน 3,000 แล้วนี่ยอมจ่ายตามจริงก็ถือว่าโอมาก ๆ 


เริ่มดูประกันวันนี้ อุ่นใจไปได้อีกนานนะจ๊ะ

พี่เรนนี่เข้าใจปัญหาของน้อง ๆ ทุกคนนะ ว่าที่ยังไม่ได้ซื้อประกันเนี่ย อาจเป็นเพราะคิดว่าตัวแทนประกันคอยตามจิกจนรำคาญ บางคนก็กลัวจะมีปัญหาเอาตอนเคลม บางคนก็ยังคิดว่าตอนนี้ยังแข็งแรงคงไม่เจ็บป่วยอะไร หรือบางคนก็เลือกไม่ถูกจริง ๆ ว่าจะซื้อประกันแบบไหน กลัวซื้อไปเดี๋ยวพลาดโดนประกันหลอก เพราะไม่มีความรู้พอและไม่รู้จะเชื่อใครดี

แต่พี่เรนนี่ก็ยังอยากให้น้อง ๆ ทุกคนลองหาเวลาว่างมานั่งทบทวนความต้องการในการดูแลสุขภาพของตัวเองทั้งในปัจจุบันและอนาคตดูนะ แล้วลองทำตามวิธีเลือกซื้อประกันที่พี่เรนนี่แนะนำ พี่เชื่อว่ามันจะช่วยให้เรา ได้รู้จักความต้องการของตัวเองมากขึ้น มองเห็นค่าใช้จ่ายด้านการรักษาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว และสามารถวางแผนรายจ่ายนั้น ๆ ได้ทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดอาการเจ็บป่วยที่ไม่คาดฝัน อีกทั้งน้องอาจเอาข้อมูลในมือที่มีไปใช้คุยกับตัวแทนก็ได้ จะได้ลดการโดนหลอกให้ซื้อในสิ่งที่เราไม่ได้ต้องการ หรือสิ่งที่เราไม่ได้ใช้จริง ๆ และทำให้น้องมีหลักในการเลือกประกันแบบไม่โก๊ะไม่เบลอเหมือนแต่ก่อน

ยังไงก็อยากให้น้อง ๆ ลองเอาไปทำดูกันนะคะ เธอคนไหนที่ยังคิดไม่ตก เลือกซื้อประกันไม่ได้มาหลายปีดีดัก จะได้มีประกันเป็นของตัวเองสักที ถึงพี่เรนนี่จะยังหาแฟนไม่ได้ แต่พี่เรนนี่ก็หาประกันที่ใช่เจอแล้วนะเออ!

เกี่ยวกับผู้เขียน
พี่เรนนี่
สาวโสดสุดเฉี่ยววัย 38 ปี ผู้เป็นตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง Work hard play harder จบปริญญาโทสาขาคณิตศาสตร์ประกันภัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของต่างประเทศ และทำงานสายประกันมานานจนใครๆก็ต่างยกให้พี่เรนนี่ เป็นกูเกิ้ลสำหรับประกันไปเลย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

แนะนำสำหรับคุณ

ประกันที่ใกล้เคียง

เมืองไทยประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ชื่อแผน: Elite Health

฿22,092

เบี้ยเริ่มต้น/ปี
4.7 (0)
remove_red_eye3.6K Views
ค่าห้อง
10,000 บาท/วัน
ผู้ป่วยใน
20,000,000 บาท
ผู้ป่วยนอก
ไม่คุ้มครอง
MRI-เคมีบำบัด-ล้างไต (แบบผู้ป่วยนอก)
จ่ายตามจริง
คุ้มครองอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอก
จ่ายตามจริง
เมืองไทยประกันชีวิต
แพ็คเสริมประกันกลุ่ม
ชื่อแผน: D-Health (มีค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ)

฿3,338

เบี้ยเริ่มต้น/ปี
4.6 (0)
remove_red_eye8.2K Views
ค่าห้อง
จ่ายตามจริง
ผู้ป่วยใน
5,000,000 บาท
ผู้ป่วยนอก
ไม่คุ้มครอง
ค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ
100,000 บาท
คุ้มครองอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอก
ไม่คุ้มครอง
เมืองไทยประกันภัย
ประกันสุขภาพ
ชื่อแผน: Health Premium

฿10,330

เบี้ยเริ่มต้น/ปี
4.5 (0)
remove_red_eye1.4K Views
ค่าห้อง
3,000 บาท/วัน
ผู้ป่วยใน
200,000 บาท
ผู้ป่วยนอก
ซื้อเพิ่มได้
ชดเชยรายวัน
ซื้อเพิ่มได้
เสียชีวิต-พิการจากอุบัติเหตุ
100,000 บาท
เมืองไทยประกันชีวิต
ประกันสุขภาพ
ชื่อแผน: Elite Health (มี OPD)

฿30,624

เบี้ยเริ่มต้น/ปี
4.1 (0)
remove_red_eye5.4K Views
ค่าห้อง
12,000 บาท/วัน
ผู้ป่วยใน
40,000,000 บาท
ผู้ป่วยนอก
2,500บาท/ครั้ง
MRI-เคมีบำบัด-ล้างไต (แบบผู้ป่วยนอก)
จ่ายตามจริง
คุ้มครองอุบัติเหตุแบบผู้ป่วยนอก
จ่ายตามจริง
Loading...
Loading...
Loading...
รอสักครู่