รายละเอียดประกัน

โพสต์วันที่ 06/07/2020
ประกัน Health Smile จากเมืองไทยประกันภัย เป็นประกันเบี้ยถูก เริ่มต้นที่วันละประมาณ 10 บาทเท่านั้น มีวงเงินคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุดต่อปีมากถึง 800,000 บาท (ซึ่งเทียบกับเบี้ยราคานี้ก็ถูกมากๆ) พี่เรนนี่ว่าตัวนี้น่าสนใจตรงที่เป็นแบบคุ้มครองเหมาจ่าย ที่จ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่าผ่าตัด และค่าแพทย์เยี่ยมไข้ตามจริงทั้งหมด และให้ค่าห้องรวมถึงค่าอาหารสูงสุดต่อวันถึง 4,000 บาท
 

จุดเด่น

  • เบี้ยไม่เกินหมื่นต้นๆ ระยะเวลาคุ้มครอง 1 ปี
  • วงเงินคุ้มครองสูงสุด 800,000 บาทต่อปี (แผนที่ 6)
  • ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD), ค่าผ่าตัด,​ค่าแพทย์เยี่ยมไข้ จ่ายตามจริง แต่ต้องไม่เกินวงเงินสูงสุดต่อโรค
  • ค่าห้อง ค่าอาหาร และค่าบริการพยาบาล สูงสุด 4,000 ต่อวัน (แผนที่ 6)
  • ซื้อออฟชั่นเสริมเพื่อคุ้มครองการรักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) ได้

ความจริงที่ต้องรู้ไว้

  • วงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อปี 800,000 จริง (แผน 6) แต่มีจำกัดวงเงินค่ารักษาต่อโรค (IPD) ไม่เกิน 200,000 บาทนะ พี่เรนนี่แนะนำให้คิดดีๆว่าถ้าเป็นโรคที่จินตนาการไว้ 200,000 พอมั้ย
  • ผู้ทำประกันต้องไม่ประกอบอาชีพเสี่ยง เช่น แอร์โฮสเตส พนักงานขับรถ หนุ่มสาวโรงงาน เป็นต้น
  • หากเริ่มมีโรคเรื้อรังประจำตัวแล้ว จะไม่สามารถทำประกันแผนนี้ได้
  • จ่ายเบี้ยต่อปี คุ้มครองจนถึงอายุ 65 ปี
  • ไม่ต้องตรวจโรคก่อนทำประกัน แต่ต้องเปิดเผยข้อมูลสุขภาพตามความจริงทั้งหมด เพื่อป้องกันการเคลมไม่ได้เมื่อต้องรักษาตัว

รีวิวจากรีวิวประกัน

โพสต์วันที่ 03/07/2020
Q: รบกวนคุณตั๊กช่วยแนะนำตัวคร่าวๆหน่อยค่ะ
A: ชื่อตั๊กนะคะ ตอนนี้อายุ 25 ปี ตั้งแต่จบมาทำงานในบริษัทโลจิสติกส์แห่งหนึ่งมาได้ 3 ปีแล้วค่ะ


Q: อยากให้เล่าประสบการณ์การซื้อประกันนิดนึง เป็นมายังไงถึงเลือกซื้อประกัน Health Smile ได้คะ?
A: คือประกัน Health Smile เป็นประกันตัวแรกที่ตั๊กซื้อด้วยตัวเองเลยหลังจากเรียนจบทำงานมา เพราะถึงแม้เราจะไม่มีประสบการณ์การทำงานมากนัก แต่ก็อยากจะวางแผนชีวิตให้รอบคอบเลยตั้งแต่ต้น ตอนนั้นที่วางแผนจะซื้อประกันไว้ ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องประกันเท่าไหร่ค่ะ แค่รู้สึกว่าขอวงเงินสูงไว้ก่อนแล้วจ่ายค่าเบี้ยราคาถูกๆ เพราะเราก็เริ่มเพิ่งเริ่มต้นทำงาน แบบจ่ายแค่ปีละหมื่นตอนนั้นก็รู้สึกว่าเยอะสำหรับเรามากๆแล้ว

ตอนนั้นตั๊กก็ลองดูแผนประกันหลายๆเจ้าอยู่เหมือนกันค่ะ ที่ราคาค่าเบี้ยใกล้ๆกัน ความคุ้มครองสูงสุดก็จะอยู่ที่ 300,000 - 400,000 บาท แต่พอมาเห็นแผนประกันของ Health Smile ที่ในแผน 4 คุ้มครองสูงถึง 500,000 บาท บวกค่ารักษาพยาบาลก็จ่ายตามจริง แล้วเราจ่ายแค่ปีละหมื่น ก็เลยรู้สึกว่าประกันตัวนี้ นี่แหละคือที่จะซื้อ


Q: ตอนที่คุณตั๊กซื้อประกันตัวนี้นี่คือตรงกับความต้องการเลยใช่มั้ยคะ?
A: ตอนที่คุยกับตัวแทนประกัน Health Smile ก็ค่อนข้างประทับใจเลยค่ะ เขาก็อธิบายจุดเด่น มาให้ฟังอย่างละเอียด เลยว่าเราได้วงเงินที่สูง ค่ารักษาพยาบาลก็จ่ายตามจริง ค่าห้องก็ได้ตั้งวันละ 3,000 สำหรับแผน 4 ความคุ้มครองอุบัติเหตุก็ได้เยอะ เบี้ยก็ถูก แต่เขาก็ค่อนข้างเน้นย้ำกับเราว่า เราต้องสุขภาพดีจริงๆ แบบถ้าเป็นโรคความดันหรือทำอาชีพเสี่ยงอะไรแบบนี้คือห้ามตั้งแต่แรกเลย ตั๊กก็เพิ่งเรียนจบ ยังแข็งแรงดีก็เลยรู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว


Q: ตอนนั้นคิดว่า วงเงินคุ้มครอง 500,000 บาทนี่พอค่ารักษามั้ยคะ?
A: โอ๊ยพอค่ะ ตั๊กเองก็ยังเด็ก ที่บ้านก็ไม่ได้มีประวัติเป็นมะเร็งหรืออะไรแบบนั้น ก็คิดว่าประกัน Health Smile ตัวนี้เอาไว้แค่เวลาเจ็บป่วยจำเป็น ไม่ได้ต้องเอาไปสำหรับรักษาโรคร้ายแรงหรือโรคเรื้อรังเป็นล้านบาทขนาดนั้น แบบถ้าอายุเยอะกว่านี้แล้วรายได้เยอะกว่านี้ ค่อยมองหาประกันตัวอื่นที่ครอบคลุมกว่าก็ยังไม่สายค่ะ


Q: แล้วที่คุณตั๊กพอจะแชร์การเคลมประกัน Health Smile ให้ทุกคนฟังได้มั้ยคะ? 
A: พอทำประกัน Health Smile ไปได้ 2 ปี ตั๊กดันป่วยเป็นนิ่วในถุงน้ำดีค่ะ คือที่เราคิดว่าตัวเองสุขภาพดีมากๆและไม่น่ามีความเสี่ยงก็เลยตกใจเหมือนกันที่เป็น ก็เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ค่ารักษารวมค่าห้องอยู่ที่ 130,000 บาท ตอนแรกเราก็ไม่ได้ติดใจอะไรเพราะคิดว่ายังไงประกันก็จ่ายให้สูงสุด 500,000 อยู่แล้ว แต่พอติดต่อทางตัวแทนเพื่อทำเคลมประกัน ตัวแทนกลับบอกว่า ค่ารักษาตัวนี้จะมีวงเงินคุ้มครองต่อโรคแค่เพียง 125,000 บาทเท่านั้น เราก็งงเหมือนกันค่ะเพราะตอนที่ซื้อประกันมา เข้าใจว่ายังไงก็เคลมพอ ก็เลยต้องจ่ายค่าส่วนต่างไปนิดหน่อยตามระเบียบ 

จริงๆก็จ่ายได้อยู่ค่ะ แต่เราเสียดายเพราะไม่เข้าใจรายละเอียดความคุ้มครองแต่แรก บางทีมันก็มีดีเทลเยอะ ต้องเข้าใจข้อมูลก่อนซื้อดีกว่านี้ โดยเฉพาะพวกเงื่อนไขการรักษาโดยใช้วงเงินต่อโรค ซึ่งสำหรับตั๊กที่นอนโรงพยาบาบเอกชนอยู่แล้วมันเป็นวงเงินที่ไม่ได้สูงมาก และถ้าสมมุติเราเป็นโรคที่ร้ายแรงกว่านี้ขึ้นมาแบบฉับพลัน หรือเป็นโรคที่ต้องผ่าตัดบ่อยๆ วงเงินแค่แสนนิดๆต่อโรคยังไงก็คงไม่พอ แต่ถ้าใครที่อาจจะไม่ได้ต้องการวงเงินสูง ตัวนี้ก็ตอบโจทย์ดีทีเดียวด้วยราคาที่ถูกมาก


Q: สุดท้ายนี้ มีอะไรอยากจะฝากถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาประกันที่ใช่บ้างไหมคะ?
A: จากบทเรียนเรื่องประกันที่ตั๊กได้มา ก็อยากจะให้ทุกคนเวลาจะเลือกซื้อประกัน ก็อยากจะให้อ่านแผนประกันดีๆก่อนแบบทุกตัวอักษร สิ่งที่ผิดเพี้ยนสิ่งเดียวในเรื่องนี้คือการที่เราคาดหวังสิ่งหนึ่ง แต่ประกันที่เราซื้อให้ผลอีกแบบหนึ่งเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเราสามารถแก้ได้ด้วยการอ่านเงื่อนไขให้ดีๆ ตรงไหนสงสัยก็ให้ถามตัวแทนประกันไปเลย แล้วก็อย่าลืมเสิร์ชเปรียบเทียบประกันตัวอื่นที่ใกล้เคียงกันเอาไว้ประกอบการตัดสินใจด้วยค่ะ

พี่เรนนี่ และทีมงานเว็บไซต์รีวิวประกัน ขอขอบคุณคุณตั๊กที่มาบอกเล่าประสบการณ์การเลือกซื้อประกันสุขภาพ Health Smile จากเมืองไทยประกันภัย ที่น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีให้หลายๆคนเลือกประกันได้รอบคอบมากยิ่งขึ้นนะคะ และถ้าหากคุณอยากอ่านรีวิวประกันตัวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ ก็สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์รีวิวประกันได้เลยนะคะ


อ่านเพิ่มเติม
เกี่ยวกับผู้เขียน
พี่เรนนี่
สาวโสดสุดเฉี่ยววัย 38 ปี ผู้เป็นตัวแทนของสาวยุคใหม่ที่พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ใช้ชีวิตสุดเหวี่ยง Work hard play harder จบปริญญาโทสาขาคณิตศาสตร์ประกันภัยจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของต่างประเทศ และทำงานสายประกันมานานจนใครๆก็ต่างยกให้พี่เรนนี่ เป็นกูเกิ้ลสำหรับประกันไปเลย

รีวิวจากสมาชิก (4)

คุณชอบประกันนี้ไหม ?
Wipasup
verified_user
ยังไม่ยืนยันตัวตน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
1 รีวิว | ข้าราชการ - รัฐวิสาหกิจ | 61 - 65 ปี วันที่รีวิว 25/01/2021
4.5
วันที่รีวิว 25/01/2021
เคยประสบอุบัติเหตุเดินตกบันไดขาแพลงจนบวม ไปเข้าโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ให้บัตรสมาชิกเมืองไทยสไมล์คลับ ทางโรงพยาบาลตรวจสอบไม่นานก็รู้ผลว่าสามารถเคลมค่ารักษาอุบัติเหตุครั้งนั้นได้ทันที ไม่ต้องสำรองจ่ายแล้วมาเบิกภายหลัง ชอบมาก เบี้ยส่งรายปีก็ไม่สูงมาก เหมาะกับข้าราชการที่มีสิทธิ์เบิกตามโรงพยาบาลของรัฐ แต่อันเสริมในกรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วไปโรงพยาบาลของรัฐไกลมากเกินไป และยังเบิกค่าห้องได้เพิ่มจากสิทธิ์เบิกของรัฐในกรณีเป็นคนไข้ใน แถมได้ค่าพักรักษาตัวรายวันอีก แนะนำคนที่เป็นข้าราชการน่าซื้อไว้เพราะเจ็บไข้ได้ป่วยไม่เข้าใครออกใคร
ฉันขอรับรองว่าข้อมูลและข้อความที่ฉันให้ไว้ต่อเว็บไซด์นี้เป็นความจริง โดยจะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและจะปฎิบัติ ตามกฎระเบียบข้อกำหนดและเงื่อนไขของเว็บไซด์อย่างเคร่งครัด
Tananthorn
verified_user
ยืนยันตัวตน
1 รีวิว | การบัญชี - การเงิน - การธนาคาร | 31 - 35 ปี วันที่รีวิว 22/07/2020
4.0
วันที่รีวิว 22/07/2020
เราซื้อให้ที่บ้าน รู้สึก โอเคทีเดียว แบบเหมาจ่ายต่อโรค ซื้อ OPD เสริมด้วย ไม่ต้องซื้อประกันชีวิตหลักเพราะมีอยู่แล้ว ส่วนตัวเราทำเป็นประกันสุขภาพร่วมประกันหลักของเมืองไทย ทำมานานละเริ่มจะนอยด์หน่อยๆเพราะไม่เป็นแบบเหมาจ่ายนี่ล่ะ
ฉันขอรับรองว่าข้อมูลและข้อความที่ฉันให้ไว้ต่อเว็บไซด์นี้เป็นความจริง โดยจะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและจะปฎิบัติ ตามกฎระเบียบข้อกำหนดและเงื่อนไขของเว็บไซด์อย่างเคร่งครัด
patthamon
verified_user
ยืนยันตัวตน
1 รีวิว | การตลาด - การโฆษณา | 31 - 35 ปี วันที่รีวิว 21/07/2020
4.0
วันที่รีวิว 21/07/2020
ทำตัวนี้อยู่ แต่ยังไม่เคยใช้นะ แผนของเราคือ ใช้ร่วมกับสวัสดิการของที่ทำงาน จะได้ลดการจ่ายค่าใช้จ่ายที่สวัสดิการบริษัทจ่ายไม่พอค่ะ ทำแบบค่าห้อง 4,000 ไปเลย ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี ถ้าอนาคตเปลี่ยนแผนต้องมาแถลงสุขภาพใหม่ไม่คุ้มเอาค่ะ
ฉันขอรับรองว่าข้อมูลและข้อความที่ฉันให้ไว้ต่อเว็บไซด์นี้เป็นความจริง โดยจะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและจะปฎิบัติ ตามกฎระเบียบข้อกำหนดและเงื่อนไขของเว็บไซด์อย่างเคร่งครัด
KwangNoi
verified_user
ยืนยันตัวตน
1 รีวิว | การประกันภัย - ประกันชีวิต | 31 - 35 ปี วันที่รีวิว 14/07/2020
4.0
วันที่รีวิว 14/07/2020
ตอนนี้ทำงาน office มีสวัสดิการช่วยเรื่อง OPD ก็เลยซื้อตัวนี้มาช่วยเสริมเรื่อง IPDเพิ่ม จ่ายค่าเบี้ยรายปีตัวนี้ไม่ได้สูงมากประมาณปีละ 10,000 กว่าบาท แต่ความคุ้มครองจริงต่อโรคมันจำกัดไม่เกิน 125,000 นะ ไม่ใช่ 500,000 อย่างที่เข้าใจ
ฉันขอรับรองว่าข้อมูลและข้อความที่ฉันให้ไว้ต่อเว็บไซด์นี้เป็นความจริง โดยจะไม่ทำให้ผู้อื่นเข้าใจผิดและจะปฎิบัติ ตามกฎระเบียบข้อกำหนดและเงื่อนไขของเว็บไซด์อย่างเคร่งครัด